วิธีรักษาอาการปวดสะโพกร้าวลงขา ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนที่ปิยชาติคลินิก!

วิธีรักษาอาการปวดสะโพกร้าวลงขา ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนที่ปิยชาติคลินิก

ในปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่มักต้องอยู่ในท่าเดิมนานๆเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่มักอยู่ในท่านั่งเป็นหลัก ไม่ว่าจะนั่งทำงานออฟฟิศนานๆ นั่งขับรถนานๆ หรือแม้แต่ผู้สูงอายุที่นั่งอยู่กับที่นานๆก็ตาม จนทำให้มีอาการปวดตึงเจ็บบริเวณสะโพก หรือแก้มก้น จนบางครั้งอาจมีอาการปวดร้าวหรือชาลงไปที่ขา จนอาจถึงปลายเท้าได้

ซึ่งอาการดังกล่าวนี้หลายคนชอบคิดว่าเป็นแค่กล้ามเนื้อยึดตึงเกร็งธรรมดา เลยซื้อยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อมาทาน หรือไปนวดกดเค้นจนระบม แต่ความจริงแล้ว อาการ “ปวดสะโพกร้าวลงขา หรือชาลงขา” มักเป็นสัญญาณเตือนว่า เส้นประสาทกำลังถูกกดทับหรือโดนรบกวนอยู่ วันนี้ปิยชาติคลินิกจะพาไปเช็คให้ชัวร์ว่าอาการปวดแบบนี้เกิดจากอะไร และศาสตร์แพทย์แผนจีนจะเข้ามาช่วย “ปลดล็อค” กล้ามเนื้อและเส้นประสาทที่ถูกกดทับ ให้คุณกลับมาเดินเหินได้คล่องตัวได้อย่างไรโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี

มุมมองแพทย์แผนจีน ทำไมอยู่ๆ ถึงปวดสะโพกร้าวลงขา?

อาการปวดสะโพกร้าวลงขา แพทย์แผนจีนจะจัดอยู่ในกลุ่มอาการปี้เจิ้ง (痹证) ซึ่งมักเกิดจากลมปราณและเลือดที่ติดขัด (Qi and Blood Stagnation) จากการนั่งท่าเดิมนานๆ หรือการบาดเจ็บจากการยกของหนัก หรือจากสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น ลม ความเย็นและความชื้นแทรกซึม ทำให้เลือดและลมปราณบริเวณสะโพกและเอวไหลเวียนไม่สะดวก เมื่ออุดตันก็เกิดอาการปวดตึงร้าวขึ้นมา หรือเกิดจากลมปราณและเลือดพร่อง (Qi and Blood deficiency) จากการพักผ่อนน้อย ตรากตรำทำงานหนัก ทำให้ไม่มีลมปราณและเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกและเอว ส่งผลให้เกิดอาการปวดขึ้นได้เช่นกัน

ปวดสะโพกร้าวลงขา แพทย์แผนจีนจะจัดอยู่ในกลุ่มอาการปี้เจิ้ง (痹证) ซึ่งมักเกิดจากลมปราณและเลือดที่ติดขัด (Qi and Blood Stagnation) จากการนั่งท่าเดิมนานๆ หรือการบาดเจ็บจากการยกของหนัก หรือจากสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น ลม ความเย็นและความชื้นแทรกซึม ทำให้เลือดและลมปราณบริเวณสะโพกและเอวไหลเวียนไม่สะดวก

ปวดสะโพกร้าวลงขา… คุณกำลังเป็นโรคอะไรกันแน่?

สิ่งที่คนไข้มักจะเข้าใจผิดว่าเวลาปวดบริเวณสะโพกหรือก้นแล้วร้าวลงขาจะเป็นโรคหมอนกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated nucleus pulposus) ยังมีอีกหนึ่งโรคที่สามารถก่อให้เกิดอาการเหล่านี้ได้เช่นกันนั่นก็คือ “สลักเพชรจม กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท หรือ Piriformis syndrome” นั่นเอง

ซึ่งจะมีอาการปวดสะโพกแล้วชาลงขา โดยเป็นอาการที่คล้ายกับอาการของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ซึ่งเกิดจากเส้นประสาท Sciatic ถูกกดทับเช่นกัน แต่สาเหตุของการทำให้เกิดอาการปวดนั้นมีที่มาที่แตกต่างกัน โดยสลักเพชรจมเกิดจากกล้ามเนื้อสะโพก (Piriformis) ทับเส้นประสาท แต่ในขณะที่โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเกิดจากหมอนรองกระดูกเคลื่อน ฉีกขาด เสื่อมสภาพจนทำให้หมอนรองกระดูกหลุดออกมาทับเส้นประสาทนั่นเอง

ลักษณะอาการกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis syndrome)หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท(Herniated nucleus pulposus)
ต้นเหตุของโรคกล้ามเนื้อบริเวณสะโพก (Piriformis) ตึงเกร็งจนไปกดทับเส้นประสาท Sciaticหมอนรองกระดูกส่วนเอวเสื่อมสภาพหรือได้รับบาดเจ็บ จึงเกิดการเคลื่อนออกมากดทับเส้นประสาท
จุดที่เริ่มปวดเริ่มปวดลึกๆ ที่สะโพกหรือแก้มก้น แล้วร้าวลงขาเริ่มปวดจากบริเวณเอวหรือหลังส่วนล่าง แล้วร้าวลงสะโพกและขา
ท่าทางที่ยิ่งกระตุ้นยิ่งนั่งนานๆ จะยิ่งปวดตึงเกร็งกล้ามเนื้อสะโพกและร้าวลงขายิ่งก้มตัว ไอ จาม หรือเบ่งถ่าย จะยิ่งปวดเจ็บร้าว หรือเจ็บแปล๊บเหมือนไฟช็อต
ปวดสะโพกร้าวลงขา เป็นอาการที่คล้ายกับอาการของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ซึ่งเกิดจากเส้นประสาท Sciatic ถูกกดทับเช่นกัน แต่สาเหตุของการทำให้เกิดอาการปวดนั้นมีที่มาที่แตกต่างกัน โดยสลักเพชรจมเกิดจากกล้ามเนื้อสะโพก(Piriformis) ทับเส้นประสาท

กล้ามเนื้อสะโพก Piriformis Muscle เป็นกล้ามเนื้อขนาดเล็กที่อยู่บริเวณก้นกับสะโพก ลักษณะของกล้ามเนื้อจะแบนมีจุดเกาะเชื่อมระหว่างขอบกระดูกเชิงกรานกับกระเบนเหน็บ มีหน้าที่ช่วยให้ต้นขาสามารถเคลื่อนไหวไปในทิศทางต่าง ๆ ได้ 

ซึ่งโดยปกติแล้วกล้ามเนื้อสะโพก Piriformis จะมีเส้นประสาท Sciatic ลากผ่านอยู่ด้านหลังโดยที่ไม่มีการกดทับกัน แต่เมื่อใดก็ตามที่กล้ามเนื้อสลักเพชรเกิดอาการตึง หดเกร็งมากเกินไป หรือมีอาการบาดเจ็บขึ้นก็อาจทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาทและทำให้เกิดอาการปวดสะโพกแล้วชาลงขาได้

ใครบ้างที่เสี่ยงต่ออาการปวดสะโพกชาลงขาได้ง่าย?

  • ผู้ที่ทำงานที่ต้องนั่งหรือยืนในท่าเดิมเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเมื่อมีการสั่นร่วมด้วย เช่น การขับรถ หรือ การนั่งไม่ถูกท่า
  • ผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย กล้ามเนื้อมักจะตึงและอ่อนแอกว่าปกติ
  • ผู้ที่ออกกำลังกายหรือยกของหนักไม่ถูกวิธี หรือออกกำลังกายหนักเกินไป
  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน กล้ามเนื้อจะต้องแบกรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น
  • ผู้ที่มีกิจกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้บริเวณก้นและสะโพกเกิดการกระแทก เช่น การเล่นกีฬา

วิธีการรักษาอาการปวดสะโพกร้าวลงขาที่ “ปิยชาติคลินิก”

1. การฝังเข็มและการกระตุ้นไฟฟ้า (Acupuncture & Electric stimulation): คุณหมอจะฝังเข็มลงไปที่จุดบนเส้นลมปราณในบริเวณที่เกี่ยวข้อง เช่น จุดสำคัญหลัก环跳 – หวนเที่ยว รวมถึงจุดบนเส้นลมปราณอื่นๆที่เรียงตัวตามแนวเส้นประสาท Sciatic และฝังไปยังจุดปมมัดกล้ามเนื้อมัดลึกPiriformis รวมถึงกล้ามเนื้อสะโพก Gluteus Maximus & Medius และกล้ามเนื้อขา เช่นเดียวกัน เพื่อคลายความตึงตัวและปมของกล้ามเนื้อสะโพกที่กำลังกดทับเส้นประสาทอยู่ พร้อมกระตุ้นกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช่วยคลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อตลอดทั้งมัด และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมปราณ ลดการติดขัด และส่งเสริมให้ไปเลี้ยงดูมัดกล้ามเนื้อและเส้นประสาทที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ลดการอักเสบของเส้นประสาทได้อย่างรวดเร็ว

2. การครอบแก้ว (Cupping Therapy): เป็นการใช้แก้วสุญญากาศดึงกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืดชั้นตื้นขึ้นมา จากนั้นใช้เทคนิคการเดินแก้วเพื่อยืดเหยียดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผิดบริเวณสะโพกและขาที่มีอาการ ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนเลือด ระบายเลือดคั่ง

3. การทานยาสมุนไพรจีน (Chinese herbs) : เพื่อส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดและลมปราณ ส่งผลให้ลดการติดขัด และเสริมการเลี้ยงดูไปยังกล้ามเนื้อและเส้นประสาท และลดสารอักเสบสารปวดที่เกิดขึ้น

4. การนวดทุยหนาเฉพาะจุด (Tuina) : เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ Piriformis และกล้ามเนื้อรอบสะโพก เช่น การกด การคลึง การกลิ้งและการลูบตามแนวเส้นลมปราณและเส้นประสาท โดยเน้นที่บริเวณจุดสะโพกด้านข้างและบริเวณเส้นประสาท

ทำไมต้องเลือกมารักษาอาการปวดสะโพกที่ “ปิยชาติคลินิก”?

• ตรวจวิเคราะห์แยกโรคอย่างแม่นยำ: คุณหมอในทีมของเราจะทำการตรวจร่างกายทางกายภาพ (Physical Examination) ร่วมกับการ “แมะ” จับชีพจรและดูลิ้น เพื่อประเมินวินิจฉัยโรค และแยกอาการของโรคว่าแท้จริงแล้วปวดจากกล้ามเนื้อสะโพก หรือจากโครงสร้างกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท และวางแผนการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมให้กับคนไข้แต่ละรายต่อไป

• สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน: เราใช้เข็มฝังเข็มแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use) เท่านั้น และในทุกขั้นตอนจะอยู่ในการดูแลของคุณหมอตลอดตั้งแต่การฝังเข็ม กระตุ้นไฟฟ้า ครอบแก้ว รวมถึงการจ่ายยาสมุนไพรจีน ในบรรยากาศคลินิกที่ผ่อนคลายและสะอาด

• ดูแลจนหายดี: คุณหมอจะดูแลตั้งแต่การวางแผนการรักษา ทำการรักษา รวมถึงให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว และแนะนำท่ายืดเหยียดกลุ่มมัดกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องให้แก่คนไข้ เพื่อให้คนไข้กลับไปดูแลตัวเอง และป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ รวมถึงจะมีการนัดหมายเพื่อติดตามอาการ และรักษาอย่างต่อเนื่องจนหายขาดในกรณีที่เป็นมาเรื้อรัง ซึ่งจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา

สรุป: อย่าปล่อยให้อาการ “ปวดร้าว” จนก้าวขาไม่ออก

อาการปวดสะโพกปวดสลักเพชรร้าวลงขา และหรือร่วมกับชาขา เป็นอาการที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะกับคนที่จำเป็นต้องนั่งนานไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนอิริยาบถ โดยเกิดจากกล้ามเนื้อสะโพกชั้นลึกกดทับเส้นประสาท ซึ่งมีอาการคล้ายกับหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท จึงจำเป็นต้องเข้าพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการที่เกิดขึ้น และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด หากปล่อยไว้อาจกลายเป็นอาการชาเรื้อรังหรือกล้ามเนื้อขาลีบฝ่อ ดังนั้นหากเริ่มมีอาการปวดสะโพกและร้าวหรือชาลงขาแนะนำให้เข้ามาปรึกษาทีมหมอเราได้เลยที่ ปิยชาติคลินิก หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://backup.piyachartclinic.com/

ที่ปิยชาติคลินิก เรามีแพทย์ผู้มีประสบการณ์ในการให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย แนะนำ และทำการรักษาอย่างเหมาะสมให้กับคนไข้ รวมถึงติดตามการรักษาและประเมินผลอย่างต่อเนื่องหากท่านใดสนใจเกี่ยวกับฝังเข็มรักษาปวดสะโพกชาลงขา หากคุณกำลังมองหาคลินิกแพทย์แผนจีนที่ดูแลครบทั้งร่างกายและจิตใจ ที่ปิยชาติคลินิกพร้อมให้บริการโดยทีมแพทย์แผนจีนมากประสบการณ์ ดำเนินกิจการมานานกว่า 10 ปีให้บริการทั้ง ฝังเข็ม ครอบแก้ว และยาจีน ภายใต้มาตรฐานการแพทย์ที่ปลอดภัยและใส่ใจในทุกขั้นตอนสาขาที่เปิดให้บริการ มีดังนี้

1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร ​​​เบอร์ติดต่อ : 085-955-9646 เดินทางง่ายด้วย BTS สนามเป้า หรือ BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ 

2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร ​เบอร์ติดต่อ : 081-630-3180 ใกล้ MRT ศูนย์สิริกิติ์ หรือ BTS พร้อมพงษ์

3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี ​​​เบอร์ติดต่อ : 093-113-4718 ใกล้ BTS คูคต 

4. สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี ​​เบอร์ติดต่อ : 065-442-8987 ใกล้ MRT สายสีม่วง สถานีบางพลู

FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

Q: ปวดสะโพกร้าวลงขาหายเองได้ไหม?

A: ปวดสะโพกร้าวลงขาหายเองได้ไหม? โดยส่วนใหญ่อาการปวดสะโพกร้าวลงขาที่มีสาเหตุไม่รุนแรง เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ สามารถหายเองได้ แต่หากปล่อยไว้และมีอาการต่อเนื่องเกิน 6 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์ทันที โดยหากเป็นเนื่องจากสาเหตุอื่นส่วนใหญ่ต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมจึงจะหาย

Q: ปวดสะโพกลงขาแบบฉับพลันแก้ปัญหาอย่างไร?

A: หยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ทันที หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนนาน ๆ อาจประคบร้อนเพื่อลดอาการปวดตึงกล้ามเนื้อร่วมด้วย ทั้งนี้ หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมต่อไป

Q: มีอาการชาและขาเริ่มอ่อนแรงร่วมด้วย การฝังเข็มยังช่วยได้ไหม?

A: สามารถช่วยได้ อาการชาและอ่อนแรงแสดงว่าเส้นประสาทโดนกดทับและรบกวนเป็นเวลานาน การฝังเข็มร่วมกับการกระตุ้นไฟฟ้าจะช่วยคลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ลดการกดทับหรือรบกวนที่เกิดขึ้น แต่หากมีอาการอ่อนแรงมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว มักทำให้เกิดกล้ามเนื้อลีบฝ่อได้ ดังนั้นแนะนำว่าควรรีบมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมต่อไปเพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที

Q: รักษาสลักเพชรจมหรือปวดสะโพกร้าวลงขา ต้องฝังเข็มกี่ครั้งถึงจะหายเดินได้ปกติ?

A: หากเป็นกลุ่มอาการกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (สลักเพชรจม) คนไข้ส่วนใหญ่จะรู้สึกปวดตึงสะโพกลดลงและอาการร้าวลงขาจะลดลงตั้งแต่ 1-2 ครั้งแรก และทำการรักษาต่อเนื่อง 1-2ครั้งต่อสัปดาห์เป็นระยะเวลา 1-2เดือน ขึ้นอยู่กับความเรื้อรังของอาการและพฤติกรรมการใช้งานมัดกล้ามเนื้อนั้นๆร่วมด้วย

Q: หลังฝังเข็มแก้ปวดสะโพกไปแล้ว ทำไมบางคนถึงรู้สึกปวดระบมตื้อๆ ขึ้นมาอีก? อันตรายไหม?

A: เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้และไม่เป็นอันตราย เรียกว่า “ภาวะระบมหลังฝังเข็ม” จะรู้สึกตื้อหน่วง และล้ากล้ามเนื้อมัดที่ทำการฝังเข็มไป ซึ่งอาการนี้จะคงอยู่เพียง 24-48 ชั่วโมงแรกเท่านั้น หลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะคลายตัว โล่งและเบาสบายขึ้นมาก แนะนำให้ทำการยืดเหยียดเบาๆช้าๆ ประคบอุ่นและพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้ภาวะระบมนี้หายไวขึ้น

“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”